หมอชูชัย สนับสนุนแพทยสภา ให้ร่วมพิจารณาคัดค้านการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกองทุน 4 แห่ง เพราะผลประโยชน์ตกกับบริษัทบุหรี่และเหล้าชัดเจน
วันนี้ 5 ตุลาคม 2569 หมอชูชัย ศุภวงศ์ เจ้าของรางวัล ผู้นำด้านสาธารณสุข ฮาร์วาร์ด สนับสนุน ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา ที่ได้เผยแพร่ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกองทุน 4 แห่ง ได้แก่ ไทยพีบีเอส สสส. กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ว่าไม่เห็นด้วย กับการต้องแก้ไขกฎหมายดังกล่าว และตั้งคำถามว่า ทำไปทำไม เพราะผลประโยชน์ตกกับบริษัทบุหรี่และเหล้าชัดเจน ไม่ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนต่าง ๆ ปีละหมื่นล้านเพราะการเก็บภาษี หรือ sin tax แบบนี้ ก็มีวิจัยมาแล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทำให้คนเจ็บป่วยและตายลดลง กรณีไม่เห็นด้วยกับระบบการใช้จ่ายของแต่ละกองทุน ก็ให้แก้ไขวิธีการจัดการ ไม่ใช่ตัดการรับภาษีแบบนี้ออกไปจากระบบในประเทศไทยเลย
นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิแพทย์ชนบท ยังกล่าวย้ำว่า “ในฐานะที่เคยเป็น รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมา สองฉบับ ยืนยันว่า ไม่ขัดกับหลักวินัยทางการเงินการคลัง และรัฐธรรมนูญ เนื่องจากในมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญได้เขียนยกเว้นไว้ว่า กฎหมายที่มีการกำหนดไว้แล้วถือว่าทำได้ แสดงว่าคนร่างกฎหมายขณะนั้นมองว่า Earmarked Tax ทั้งกองทุน สสส. กองทุนกีฬา กองทุนผู้สูงอายุ และไทยพีบีเอส มีความสมเหตุสมผล“
“…ตนในฐานะอดีตเลขาธิการแพทยสภา จึงขอเรียกร้องให้แพทยสภาทำหน้าที่ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 7 ซึ่งกำหนดให้แพทยสภาสามารถให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศ ดังเช่นบทบาทของแพทยสภาในกรณีชั้น 14 ที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณ ชินวัตร ณ โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญขององค์กรวิชาชีพที่ทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ ตรงไปตรงมา และยึดมั่นในหลักวิชาชีพ อันมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคม และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหลักนิติธรรมและกระบวนการยุติธรรมของประเทศ” นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ กล่าวสรุปทิ้งท้าย


ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 340-201715-6