‘ผู้จัดการสสส.’ ร่อนจม.เปิดผนึกปลุกภาคี ร่วมกันปกป้อง ‘กลไกภาษีบาป’ สร้างเสริมสุขภาพ
https://www.thaipost.net/x-cite-news/1083784/
ติดตามการปฏิรูประบบสุขภาพปฐมภูมิ
‘ผู้จัดการสสส.’ ร่อนจม.เปิดผนึกปลุกภาคี ร่วมกันปกป้อง ‘กลไกภาษีบาป’ สร้างเสริมสุขภาพ
https://www.thaipost.net/x-cite-news/1083784/
ติดตามการปฏิรูประบบสุขภาพปฐมภูมิ
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเสนอให้ยกเลิกภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) หรือภาษีบาป โดยให้ไปใช้งบประมาณปกติ อ้างเหตุผลให้เป็นไปตามหลักวินัยการเงินการคลังว่า การดำเนินงานของทั้ง 4 กองทุน ที่ได้รับภาษีบาป รวมถึงกองทุนสำนับสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ยืนยันว่า ไม่ขัดกับหลักวินัยทางการเงินการคลัง และรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 26 ไม่ให้เสนอกฎหมายที่เก็บอัตราภาษีเพิ่มพิเศษเพื่อไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์โดยไม่นำส่งรายได้แผ่นดิน แต่มาตรา 82 ก็เขียนยกเว้นไว้ว่า กฎหมายที่มีการกำหนดไว้แล้วถือว่าทำได้ แสดงว่าคนร่างกฎหมายขณะนั้นมองว่า Earmarked Tax ทั้งกองทุน สสส. กองทุนกีฬา กองทุนผู้สูงอายุ และไทยพีบีเอส มีความสมเหตุสมผล
“ร่างฉบับนี้ต้องการเอื้อให้นายทุน ทำให้ภาษีที่เก็บเพิ่มจากปกติ 2% คืนกลับไปสนับสนุนทุนสุรา แอลกอฮอล์ และยาสูบ มีแต่ธุรกิจที่ได้ประโยชน์ อีกส่วนคือการเมือง เพราะภาพรวมทุกวันนี้รัฐบาลควบคุมได้เกือบทั้งหมด ถ้าสามารถคุมประชาชนได้อีกส่วนหนึ่งก็จะเบ็ดเสร็จ นี่เป็น Hidden Agenda ของรัฐบาล ส่วนคนเสียประโยชน์คือสังคมและประชาชน เพราะการเขียนให้เข้าสู่ระบบงบปกติ เป็นการทำลาย Ecosystem ของกองทุนที่สร้างระบบเชิงภูมิคุ้มกันป้องกัน นำไปสู่การติดเหล้าบุหรี่มากขึ้น ที่สำคัญวิกฤตสุขภาพโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ก็จะสร้างภาระกับรัฐมากขึ้น”… สามารถติดตามต่อได้ที่ :
https://www.dailynews.co.th/news/6247709/…
ติดตามการปฏิรูปประเทศกับหมอชูชัย
ร่วมสนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาลชุมชน บริจาคได้ที่
ธนาคารไทยพาณิชย์
บัญชี “มูลนิธิแพทย์ชนบท”
เลขที่บัญชี 340-201715-6

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพระกรุณามอบเครื่องมือแพทย์ สิ่งที่ช่วยให้หายใจได้
พวกหน้ากากต่างๆ ผมว่าทุกคนต้องทำทั้งนั้นนะครับ"
"ขณะนี้คนที่น่าเห็นใจ คนที่น่าสรรเสริญ คือ คณะแพทย์ คณะพยาบาล กับบุคคลทุกประเภท
ไม่ว่าจะเป็นภารโรง คนเก็บขยะของหมอ คนที่เปิดประตูให้หมอเข้าตอนดึกๆ
ทุกคนเหล่านี้ เราต้องสรรเสริญเขา เขาใช้ชีวิตเป็นเดิมพันนะครับ ปัจจุบันก็มีกองทุนอีกอันหนึ่งขึ้นมา
จัดโดยแพทย์ชนบทครับ ซึ่งแพทย์ชนบทนี้ดูแลโรงพยาบาลในชนบท 700 กว่าแห่ง
ขณะนี้เราก็ช่วยกันมาก แต่ไปช่วยโรงพยาบาลใหญ่ๆ โรงพยาบาลของรัฐ
แต่ผมคิดว่าเรื่องชนบทนี่สำคัญมาก เพราะวันหนึ่งจะต้องไปชนบทนะครับ"

"เแพทย์ชนบทเป็นกองทัพทางสุขภาพที่เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว เสียสละ ต่อสู้ฟันฝ่า
ป้องกันประชาชนในชนบทให้ปลอดภัยด้านสุขภาพมาโดยตลอด
อีกทั้งมีอุดมการณ์สูงส่งจนประเทศไทยโดดเด่นจัดอยู่ในอันดับ 6 ของโลก
เราต้องให้กำลังใจและสนับสนุนแพทย์ชนบทให้เต็มกำลัง
และเชื่อมั่นว่าประชาชนไทยจะอยู่รอดปลอดภัยผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน"
การดำเนินงานโครงการเสร็จสิ้นแล้ว